logo
pope-banner

1 กุมภาพันธ์ 2557

เผยแพร่: วันที่ 01 กุมภาพันธ์ 2557
A- A A+

พี่น้องที่รัก

พระวรสารอาทิตย์นี้พูดถึงการเริ่มต้นชีวิตสาธารณะของพระเยซูเจ้าในเมืองและในหมู่บ้านแห่งคาลิลี พันธกิจของพระองค์ไม่ได้เริ่มต้นที่กรุงเยรูซาเล็ม ซึ่งเป็นศูนย์กลางศาสนา สังคม และการเมือง หากแต่เริ่มที่ปริมณฑล ซึ่งเป็นบริบทเมืองที่ได้รับการดูถูกเหยียดหยามจากชาวยิวที่เคร่งครัด เพราะที่นั่นมีคนต่างชาติอาศัยอยู่ด้วย เพราะเหตุนี้ประกาศอิสยาห์เรียกเมืองเหล่านี้ว่า “คาลิลีแห่งนานาชาติ”

เมืองแถบนี้เป็นทางผ่านของชนชาติ วัฒนธรรมและศาสนาหลากหลาย ดังนี้ คาลิลีจึงเป็นสัญลักษณ์ของการเปิดพระวรสารสู่ชนต่างชาติ จากแง่นี้ คาลิลีจึงเป็นเหมือนโลกเราทุกวันนี้ ซึ่งประกอบด้วยวัฒนธรรมหลากหลาย มีการเปรียบเทียบและความจำเป็นของการพบปะ เราเองก็อาศัยอยู่ในรูปแบบ “คาลิลีแห่งนานาชาติ” และในบริบทดังกล่าวนี้เราอาจรู้สึกกลัวและตกอยู่ในการประจญของการพยายามสร้างรั้วรอบตัวเราเพื่อรู้สึกปลอดภัย ได้รับการปกป้อง แต่พระเยซูเจ้าทรงสอนเราว่า ข่าวดีที่พระองค์ทรงนำมาให้ไม่สงวนไว้สำหรับส่วนใดส่วนหนึ่งของมนุษยชาติ แต่ต้องประกาศให้แก่ทุกคน เป็นการประกาศความยินดีสำหรับผู้ที่รอคอย รวมทั้งสำหรับผู้ไม่คิดจะรอคอยอีกต่อไปและไม่มีเรี่ยวแรงเสาะหาหรือวอนขอ

พระเยซูเจ้าทรงเริ่มต้นจากคาลิลีและสอนเราว่าไม่มีใครถูกตัดออกจากความรอดของพระเจ้า อันที่จริง พระเจ้าทรงเลือกคนที่อยู่ชายขอบ คนต่ำต้อย เพื่อมอบความรอดของพระองค์ พระองค์ทรงสอนเราด้วยวิธีการซึ่งแสดงออกถึงเนื้อหาหลัก นั่นคือความเมตตาของพระบิดาเจ้า “คริสตชนแต่ละคนและหมู่คณะแต่ละแห่งต้องวินิจฉัยเส้นทางที่พระเจ้าทรงชี้ให้เห็น เราแต่ละคนต้องอ่อนน้อมต่อการเรียกของพระองค์ให้เราออกจากความสะดวกสบายส่วนตัวเพื่อนำทุกคนให้ไปถึงแสงสว่างแห่งพระวรสาร” (Evangelii Gaudium, n. ๒๐)

พระเยซูเจ้าทรงเริ่มพันธกิจของพระองค์ไม่ใช่จากสถานที่เป็นศูนย์กลาง หากแต่ทรงเริ่มจากคนที่เราเรียกว่าชนชั้นธรรมดา พระองค์ทรงเรียกศิษย์ของพระองค์ ไม่ใช่จากโรงเรียนของธรรมาจารย์และนักกฎหมาย แต่ทรงเรียกคนธรรมดาที่ขยันขันแข็งรอคอยการมาของพระอาณาจักรพระเจ้า พระเยซูเจ้าทรงไปเรียกพวกเขาในที่พวกเขาทำงาน ริมชายทะเล พวกเขาเป็นชาวประมง พระองค์ทรงเรียกพวกเขาและพวกเขาก็ติดตามพระองค์ทันที พวกเขาละทิ้งแหอวนและไปกับพระองค์ ชีวิตพวกเขาจะเป็นการผจญภัยพิเศษสุดและน่าดึงดูดใจ

พี่น้องที่รัก องค์พระผู้เป็นเจ้าทรงเรียกเราด้วยเช่นกัน พระองค์เสด็จผ่านเส้นทางชีวิตประจำวันของเรา แม้ทุกวันนี้พระองค์เสด็จผ่านลานเมือง ทรงเรียกเราให้ไปกับพระองค์ ทำงานกับพระองค์เพื่อพระอาณาจักรพระเจ้า ในยุคของเรา ขอให้เราแต่ละคนคิดว่า พระเจ้าทรงผ่านไปวันนี้ พระองค์ทรงมองดูฉัน ทรงจ้องมาที่ฉัน พระองค์ตรัสอะไรกับฉันบ้าง? และถ้าใครในพวกเราได้ยินพระเจ้าตรัสว่า “จงตามเรามา” ก็ขอให้กล้าหาญ และไปกับพระองค์ พระเจ้าจะไม่ทำให้เราผิดหวัง จงรับรู้จากดวงใจว่าพระเจ้าทรงเรียกเราให้ติดตามพระองค์ ให้เราปล่อยให้พระองค์มองเรา ฟังเสียงพระองค์ และติดตามพระองค์ “เพื่อให้ความยินดีแห่งพระวรสารจะได้ลุถึงสุดปลายแผ่นดิน ให้ความสว่างแก่สถานที่มืดมนของโลก” *