logo
pope-banner

21 พฤศจิกายน 2556

เผยแพร่: วันที่ 21 พฤศจิกายน 2556
A- A A+

พี่น้องที่รัก

พระวรสารอาทิตย์นี้พูดถึงส่วนแรกของคำเทศน์ของพระเยซูเจ้าเกี่ยวกับการสิ้นสุดแห่งกาลเวลา พระองค์ทรงเทศน์สอนอยู่ในกรุงเยรูซาเล็ม บริเวณพระวิหาร และเนื้อหาที่ตรัสเป็นเนื้อหาเดียวกันกับที่ประชาชนกำลังพูดคุยกัน นั่นคือ ความงดงามของพระวิหาร พระเยซูเจ้า ตรัสว่า “ทุกอย่างที่พวกท่านเห็นในขณะนี้ วันหนึ่งจะมาถึงเมื่อจะไม่เหลือหินซ้อนหินอีกต่อไป” ประชาชนก็พากันถามว่า จะเกิดขึ้นเมื่อไร และจะมีอะไรชี้บอกล่วงหน้า พระเยซูเจ้าทรงนำความสนใจพวกเขาไปจากประเด็นรองที่พวกเขาถามและนำสู่ประเด็นหลักสองอย่าง อย่างแรกคืออย่าปล่อยให้คนอื่นหลอกเกี่ยวกับพระเมสิยาห์จอมปลอมและอย่าปล่อยให้ความกลัวครอบงำจนไม่กล้าทำอะไร อย่างที่สองคือ ให้ดำเนินชีวิตในช่วงรอคอยวันเวลานี้ด้วยการเป็นประจักษ์พยานและมั่นคงจนถึงที่สุด เรากำลังรอคอยอยู่เช่นกัน รอคอยการกลับมาขององค์พระผู้เป็นเจ้า

คำเทศน์ของพระเยซูเจ้ามีความสำคัญสำหรับเราที่ดำเนินชีวิตในศตวรรษที่ ๒๑ พระองค์ตรัสย้ำว่า “อย่าปล่อยให้ใครหลอก เพราะจะมีหลายคนมาในนามของเรา” เป็นการเชื้อเชิญให้รู้จักวินิจฉัย ซึ่งเป็นฤทธิ์กุศลคริสตชนของการเข้าใจว่าพระจิตของพระเจ้าอยู่ที่ไหนและจิตชั่วอยู่ที่ใด ทุกวันนี้ มี “ผู้ไถ่” หลายคนซึ่งพยายามจะมาแทนที่พระเยซูเจ้า เช่นว่าผู้นำของโลก บรรดาอาจารย์ และแม้กระทั่งหมอผี ต่างพยายามดึงดูดความสนใจ โดยเฉพาะของเยาวชน พระเยซูเจ้าทรงเตือนเราว่า “อย่าตามพวกเขาไป” “อย่าตามพวกเขาไป”

พระเจ้าทรงช่วยเราไม่ให้หวาดวิตกสงคราม การปฏิวัติ รวมทั้งภัยหายนะทางธรรมชาติ โรคติดต่อ พระเยซูเจ้าทรงช่วยเราจากความบ้าคลั่งศาสนาและความคิดเกี่ยวกับอนาคตที่ผิดๆ ส่วนแง่ที่สองของบทเทศน์นั้น พระองค์ตรัสกับคริสตชนและสมาชิกของพระศาสนจักรโดยเฉพาะ พระองค์ทรงทำนายล่วงหน้าถึงการทดลองและการเบียดเบียนรุนแรงที่ศิษย์ของพระองค์ต้องได้รับเพราะเป็นศิษย์ของพระองค์ กระนั้นก็ดี พระองค์ทรงรับรองว่า “เส้นผมเส้นเดียวของเราจะไม่เสียหาย” ทรงเตือนว่าเราอยู่ในพระหัตถ์พระเจ้า ความเป็นอริที่เราต้องพบเห็นอันเนื่องมาจากความเชื่อและการยึดมั่นในพระวรสารจะเป็นโอกาสให้เราได้เป็นประจักษ์พยาน สิ่งเหล่านี้จะไม่ทำให้เราต้องห่างไปจากพระเจ้า แต่จะนำเราไปสู่การมอบตนทั้งครบให้แก่พระองค์ แก่พลังแห่งพระจิตและพระหรรษทานของพระองค์ยิ่งทียิ่งมากขึ้น

เรากำลังไตร่ตรองเรื่องนี้ด้วยกัน ให้เราคิดถึงพี่น้องชายและหญิงคริสตชนจำนวนมากที่ได้รับการเบียดเบียนเพราะเห็นแก่ความเชื่อ ซึ่งมีจำนวนมาก โดยเฉพาะในช่วงศตวรรษแรกๆ พระเยซูเจ้าทรงอยู่กับพวกเขา เราจะเป็นหนึ่งกับพวกเขาในคำภาวนาและในความรัก เราชื่นชมความกล้าหาญและประจักษ์พยานของพวกเขา พวกเขาเป็นพี่น้องของเรา ซึ่งกำลังรับทนทรมานในส่วนต่างๆของโลกเพราะความสัตย์ซื่อต่อพระคริสตเจ้า เราขอทักทายพวกเขาจากจิตใจและความรักของเรา

ในตอนท้าย พระเยซูเจ้าทรงสัญญาว่าเราจะมีชัย “ด้วยความมั่นคง พวกท่านจะสามารถรักษาชีวิตไว้ได้” เป็นพระวาจาที่ให้ความหวังแก่เรา เป็นพระวาจาที่เรียกร้องให้รามีความหวังและความพากเพียร รู้จักรอคอยผลแห่งความรัก ไว้วางใจในความหมายล้ำลึกของชีวิตและประวัติศาสตร์ การทดลองและความยากลำบากเป็นส่วนหนึ่งของแผนการของพระเจ้า พระองค์ทรงเป็นองค์พระผู้เป็นเจ้าแห่งประวัติศาสตร์และจะทรงนำทุกอย่างไปสู่ความเต็มเปี่ยม แม้จะมีความวุ่นวายและหายนะในโลก แต่แผนการแห่งความดีและความเมตตาของพระเจ้าจะมีชัยในที่สุด และนี่คือความหวังของเรา เดินในเส้นทางนี้ ในรูปแบบนี้ แผนการของพระเจ้าจะมีชัยเหนือทุกสิ่งทุกอย่าง นี่คือความหวังของเรา

สาส์นของพระเยซูเจ้าทำให้เราคิดถึงชีวิตปัจจุบันนี้และบันดาลให้เรามีพลังในการเผชิญหน้ากับทุกสิ่งด้วยความกล้าหาญและความหวัง เคียงข้างไปกับแม่พระผู้ทรงเดินไปกับเรา *