logo
pope-banner

22 สิงหาคม 2556

เผยแพร่: วันที่ 22 สิงหาคม 2556
A- A A+

พี่น้องที่รัก

ในพิธีกรรมวันนี้ เราฟังพระวาจาจากจดหมายถึงชาวฮีบรู “ให้เราวิ่งด้วยความมั่นคงไปข้างหน้า โดยมีสายตาจดจ้องอยู่ที่พระเยซูเจ้า ผู้ทรงเป็นต้นกำเนิดความเชื่อและทรงนำไปสู่ความสำเร็จ” นี่คือข้อความที่เราต้องเน้นเป็นพิเศษในปีแห่งความเชื่อ เราเองในช่วงปีแห่งความเชื่อก็ต้องจดจ้องอยู่ที่พระเยซูเจ้า เพราะความเชื่อคือการตอบรับที่จะมีความสัมพันธ์เยี่ยงบุตรกับพระเจ้า จึงเป็นความเชื่อที่มาจากพระองค์ มาจากพระเยซูเจ้า พระองค์ทรงเป็นคนกลางผู้เดียวในความสัมพันธ์ระหว่างเรากับพระบิดาผู้ประทับในสวรรค์ พระเยซูเจ้าคือพระบุตรและเราคือบุตรของพระเจ้าในพระองค์

ทว่า พระวาจาของพระเจ้าอาทิตย์นี้มีพระวาจาของพระเยซูเจ้าซึ่งทำให้เราเกิดวิกฤติ จึงต้องมีการอธิบาย ไม่เช่นนั้นอาจจะก่อให้เกิดความเข้าใจผิดได้ พระเยซูเจ้าตรัสแก่บรรดาศิษย์ว่า “พวกท่านคิดว่าเรามาเพื่อนำสันติภาพมาให้โลกหรือ? เปล่าเลย เราบอกได้ว่า เรานำการแบ่งแยกมาให้” หมายความว่าอย่างไร? หมายความว่าความเชื่อไม่ใช่เครื่องประดับ เครื่องตบแต่ง การดำเนินชีวิตตามความเชื่อจึงไม่ใช่การประดับประดาชีวิตด้วยศาสนกิจอย่างใดอย่างหนึ่ง ราวกับแต่งหน้าเค้กด้วยครีม เปล่าเลย ความเชื่อไม่ใช่อย่างนั้น ความเชื่อคือการเลือกพระเจ้าเป็นบรรทัดฐานแห่งชีวิต และพระเจ้าไม่ใช่ความเปล่า พระเจ้าไม่ใช่ความเป็นกลาง แต่ทรงเป็นเชิงบวก พระเจ้าคือความรัก ความรักคือเชิงบวก หลังจากที่พระเยซูเจ้าเสด็จมาในโลก เราจะทำเหมือนไม่รู้จักพระเจ้าไม่ได้อีกแล้ว เหมือนกับพระองค์ทรงเป็นนามธรรม ว่างเปล่า หรือเป็นแค่ข้อมูลบางอย่าง เปล่าเลย พระเจ้าทรงมีใบหน้าเป็นรูปธรรม ทรงมีพระนาม นั่นคือ พระเจ้าทรงเป็นความเมตตากรุณา พระเจ้าทรงเป็นความสัตย์ซื่อ ทรงเป็นชีวิตที่ประทานให้แก่เราทุกคน เพราะเหตุนี้ พระเยซูเจ้าจึงตรัสว่า เรามาเพื่อนำการแบ่งแยก ไม่ใช่เพราะพระองค์ทรงประสงค์ให้มนุษย์แบ่งแยกกัน ตรงกันข้าม พระเยซูเจ้าทรงเป็นสันติภาพของเรา เป็นการคืนดีของเรา ทว่า สันตินี้ไม่ใช่สันติตามสุสาน ไม่ใช่เป็นแบบกลางๆ พระองค์ไม่ทรงนำอะไรกลางๆมาให้เรา สันติไม่ใช่การประนีประนอมให้ได้ การติดตามพระเยซูเจ้าประกอบด้วยการสละความชั่ว ความเห็นแก่ตัว การเลือกความดี ความจริง ความยุติธรรม แม้จะต้องเสียสละและตัดใจจากผลประโยชน์แห่งตน และนี่คือการแบ่งแยก เรารู้ดี การแบ่งแยกจากการติดใจต่างๆ แต่เราต้องระวัง ไม่ใช่พระเยซูเจ้าที่ทรงแบ่งแยก แต่ทรงกำหนดบรรทัดฐานให้เราเลือก เราจะดำเนินชีวิตเพื่อตัวเราเองหรือดำเนินชีวิตเพื่อพระเจ้าและผู้อื่น เราจะให้คนอื่นรับใช้หรือรับใช้ผู้อื่น เราจะนบนอบตัวเราเองหรือนบนอบพระเจ้า นี่คือความหมายของการที่พระเยซูเจ้าทรงเป็น “เครื่องหมายแห่งความขัดแย้ง”

ดังนั้น พระวาจาของพระวรสารไม่อนุญาตให้ใช้กำลังเพื่อป้องกันความเชื่อ ตรงข้าม กำลังแท้จริงของคริสตชนคือกำลังแห่งความจริงและความรัก ซึ่งประกอบด้วยการเสียสละตัดใจจากความรุนแรงทุกชนิด ความเชื่อและความรุนแรงเข้ากันไม่ได้ แต่ความเชื่อและความเข้มแข็งไปด้วยกันเสมอ คริสตชนจึงไม่ใช่คนรุนแรง แต่เข้มแข็ง ความเข้มแข็งชนิดไหน? ความเข้มแข็งแห่งความอ่อนโยน พลังแห่งความอ่อนโยน พลังแห่งความรัก

พี่น้องที่รัก แม้แต่ญาติพี่น้องบางคนของพระเยซูเจ้าก็ไม่เห็นด้วยกับวิธีการดำเนินชีวิตและการเทศน์สอนของพระองค์ แต่พระมารดาของพระองค์ติดตามพระองค์ไปทุกแห่ง ทรงมองพระองค์และธรรมล้ำลึกของพระองค์ด้วยสายตาของหัวใจ ในที่สุด เพราะความเชื่อของแม่พระ บรรดาญาติพี่น้องของพระเยซูเจ้าได้กลายเป็นหมู่คณะคริสตชนแรก ให้เราวอนขอแม่พระได้ช่วยเราให้มองดูพระเยซูเจ้าและติดตามพระองค์ไปทุกแห่ง ไม่ว่าจะต้องเสียสละแค่ไหนก็ตาม *