logo
pope-banner

29 สิงหาคม 2556

เผยแพร่: วันที่ 29 สิงหาคม 2556
A- A A+

พี่น้องที่รัก

พระวรสารวันนี้เชิญชวนเราให้ไตร่ตรองในหัวข้อความรอด พระเยซูเจ้ากำลังเสด็จจากคาลิลีมุ่งสู่กรุงเยรูซาเล็ม ในขณะที่ดำเนินอยู่ ก็มีชายคนหนึ่งเข้ามาใกล้และถามพระองค์ว่า “ข้าแต่องค์พระผู้เป็นเจ้า คนที่รอดมีน้อยใช่ไหม?” พระเยซูเจ้าไม่ทรงตอบคำถาม เพราะความสำคัญไม่อยู่ในจำนวนคนที่รอด แต่อยู่ในการรู้ว่าเส้นทางใดเป็นเส้นทางแห่งความรอด พระเยซูเจ้าจึงทรงตอบคำถามตรัสว่า “จงพยายามเข้าประตูแคบ เพราะหลายคนพยายามจะเข้า แต่เข้าไปไม่ได้” พระเยซูเจ้าทรงหมายถึงอะไร? เราต้องเข้าประตูไหน? ทำไมพระเยซูเจ้าจึงตรัสถึงประตุแคบ?

ในพระวรสาร มีการพูดถึงประตูหลายครั้ง และมีการพูดถึงบ้านที่อบอุ่นที่เราสัมผัสความปลอดภัย ความรัก ความอบอุ่น พระเยซูเจ้าทรงบอกเราว่ามีประตูหนึ่งที่นำเราเข้าสู่ครอบครัวพระเจ้า ความอบอุ่นแห่งบ้านพระ ความเป็นจิตหนึ่งใจเดียวกับพระองค์ ประตูนี้คือพระเยซูเจ้า พระองค์ทรงเป็นประตู พระองค์ทรงเป็นทางผ่านไปสู่ความรอด พระองค์ทรงนำไปหาพระบิดา พระเยซูเจ้าทรงเป็นประตูที่ไม่มีวันปิด ไม่เคยปิด และเปิดอยู่เสมอ สำหรับทุกคน โดยไม่แบ่งแยก ไม่มีไว้เฉพาะสำหรับบางคน ไม่มีใครมีอภิสิทธิ์ เพราะพระเยซูเจ้าไม่ทรงตัดใครออก พวกท่านบางคนอาจจะบอกว่า “ฉันคือคนที่ถูกตัดออก เพราะฉันเป็นคนบาปหนา ฉันทำสิ่งเลวร้ายมากมายในชีวิต” เปล่าเลย ท่านไม่ถูกตัดออก เพราะนี่คือสิ่งที่ทำให้ท่านเป็นที่โปรดปราน เพราะพระเยซูเจ้าทรงโปรดปรานคนบาป ทรงพร้อมให้อภัย พร้อมรักเสมอ พระเยซูเจ้าทรงรอคอยท่านเพื่อสวมกอดและให้อภัยท่าน จงอย่ากลัว พระองค์กำลังรอท่านอยู่ ดังนั้น เราต้องเข้าทางประตูของพระองค์ ทุกคนได้รับเชิญให้ผ่านประตูนี้ ประตูแห่งความเชื่อ เพื่อเข้าสู่ชีวิตของพระองค์ และให้พระองค์เข้ามาในชีวิตเรา เพราะพระองค์จะทรงเปลี่ยนแปลงชีวิตเรา ฟื้นฟูชีวิตเรา และมอบความยินดีเต็มเปี่ยมให้เราตลอดไป

ทุกวันนี้เราอยู่หน้าประตูหลากหลายที่เชื้อเชิญเราให้เข้าไป พร้อมสัญญาว่าเราจะมีความสุข แต่เราจะเห็นว่าเป็นเพียงแค่ชั่วครู่ชั่วยาม แล้วก็จบลง ไม่มีอนาคต ข้าพเจ้าขอถามพวกท่านว่า เราอยากจะเข้าประตูไหน? เราอยากให้ใครผ่านประตูเข้ามาในชีวิตเรา? ข้าพเจ้าอยากจะพูดดังๆว่า เราจงอย่ากลัวที่จะก้าวเข้าประตูแห่งความเชื่อของพระเยซูเจ้า และยอมให้พระองค์เข้ามาในชีวิตเรายิ่งทียิ่งมากขึ้น เราออกจากความเห็นแก่ตัว จากท่าทีปิดกั้นของเรา จากความเมินเฉยต่อผู้อื่น เพราะพระเยซูเจ้าทรงส่องสว่างให้แก่ชีวิตเราด้วยแสงที่ไม่มีวันดับ ไม่ใช่เป็นแค่พลุไฟ ไม่ใช่แค่แสงแฟล้ชของกล้องถ่ายรูป แต่เป็นแสงสงบที่คงอยู่ตลอดไปและทำให้เรามีสันติ นี่คือแสงสว่างที่เราจะพบเมื่อเราผ่านประตูของพระเยซูเจ้า

แน่นอนว่า พระเยซูเจ้าทรงเป็นประตูแคบ ไม่ใช่เพราะเป็นห้องที่ใช้ทรมานคน ไม่ใช่ แต่ทรงเรียกร้องให้เราเปิดประตูดวงใจเราให้แก่พระองค์ ยอมรับว่าเราเป็นคนบาป ต้องการความรอดของพระองค์ ต้องการการอภัยของพระองค์ ความรักของพระองค์ และมีความสุภาพที่จะน้อมรับพระเมตตาและได้รับการฟื้นฟูจากพระองค์ ในพระวรสาร พระเยซูเจ้าทรงบอกเราว่าการเป็นคริสตชนไม่ใช่บัตรประจำตัว ข้าพเจ้าอยากถามพวกท่านว่าพวกท่านเป็นคริสตชนตามบัตรหรือตามความเป็นจริง? ขอให้แต่ละคนตอบในใจ จงอย่าเป็นคริสตชนตามบัตร แต่เป็นคริสตชนแท้จริง ด้วยดวงใจ การเป็น คริสตชนจึงเป็นการดำเนินชีวิตและเป็นประจักษ์พยานความเชื่อในการภาวนา ในกิจการแห่งความรัก ในการส่งเสริมความยุติธรรม ในการกระทำความดี เราต้องผ่านประตูแคบซึ่งเป็นพระคริสตเจ้าทั้งชีวิตของเรา

ให้เราวอนขอแม่พระ ผู้ทรงเป็นประตูสวรรค์ ได้ทรงช่วยเราในการก้าวเข้าไปในประตูแห่งความเชื่อ และยอมให้พระบุตรของพระแม่เปลี่ยนแปลงชีวิตความเป็นอยู่ของเราดังที่ได้ทรงเปลี่ยนแปลงชีวิตของพระแม่เพื่อนำความยินดีแห่งพระวรสารให้แก่ทุกคน *